กลับสู่หน้าหลัก สำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์บริการของสำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์ภาษี-และ-กรณีศึกษาเกี่ยวกับสำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์สอบถามปัญหา-ปรึกษาภาษีติดต่อสำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์
 
ยื่นภาษี ปรึกษาภาษี วางแผนภาษี ขอคืนภาษี ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
จัดทำบัญชี ปิดบัญชี ตรวจสอบบัญชี วางระบบบัญชี ดูและด้านบัญชีและเอกสาร จัดทำงบการเงิน
จดทะเบียนจัดตั้ง จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง จดทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี ขอใบอนุญาตต่างๆ
ประกันสังคม ขึ้นทะเบียนนายจ้าง ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง นำส่งเงินสมทบประกันสังคม ขอทำธุรกรรมประกันสังคมผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ปรึกษาการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วางแผนทางการเงินและการลงทุน
จัดทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์
 เรื่องน่ารู้นักธุรกิจ > การตลาด > การตลาดยุคที่ 5 ลูกค้าเป็นศูนย์กลางจักรวาล
เรื่องน่ารู้นักธุรกิจ
 

การตลาดยุคที่ 5 ลูกค้าเป็นศูนย์กลางจักรวาล

          การบริหารการตลาดในยุคที่ลูกค้าเป็นศูนย์กลางจักรวาล (Customer Concept) ทำให้ Brand Loyalty หรือความภักดีในตราสินค้า กลายเป็นเรื่องที่นักการตลาดต่างให้ความสำคัญ แต่ละแบรนด์หันมาสร้าง สัมพันธภาพระหว่างลูกค้ากับตราสินค้าอย่างเอาจริงเอาจัง โดยการศึกษาพฤติกรรมและการดำเนินชีวิต ของลูกค้า นำมาวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง เพื่อจัดกลุ่มลูกค้า และหาวิธีการนำเสนอสินค้าหรือบริการ ให้ตรงกับ ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มมากที่สุด กลวิธีอย่างหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในบ้านเราตอนนี้คือ การให้สิทธิพิเศษ ที่เหนือกว่าลูกค้าทั่วไป

          โดยทั่วไปแล้ว คนเราเมื่อมีความยึดมั่นในแบรนด์ใดแล้ว ย่อมต้องการได้รับการดูแลที่เป็นพิเศษ หากตราสินค้านั้น ๆ มีการมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า ดูแลประคบประหงมลูกค้าเป็นอย่างดี ลูกค้าก็จะไม่มีวันหนีหายไปไหน ทั้งยังจะคอยช่วย บอกต่อ หรือแนะนำให้ผู้อื่นใช้สินค้าหรือบริการของเรา เวลาที่เราออกสินค้าใหม่ ๆ อีกด้วย

          ดังนั้นการครอบครองใจลูกค้าด้วยการให้สิทธิพิเศษ จึงเป็นกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ใน การต่อสู้อย่างเข้มข้น ตอนนี้ โดยที่สิทธิพิเศษที่ถูกนำเสนอนั้นสามารถแบ่งออกได้ 2 กลุ่ม คือ

          สิทธิพิเศษแบบลด แลก แจก แถม ลูกค้าจะได้รับส่วนลดสินค้าและบริการ อาทิ ร้านอาหาร ดูหนัง ฟังเพลง ช้อปปิ้ง ห้องพัก ถือเป็น Value Add ซึ่งลูกค้ามองว่าตนเองควร ได้รับนอกเหนือ จากการซื้อสินค้า สิทธิพิเศษแบบนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม เพราะรายการลด แลก แจก แถมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคทุกคนต้องการอยู่แล้ว จึงสามารถเข้าถึงความต้องการของลูกค้า ได้เป็นอย่างดี

          สิทธิพิเศษแบบให้สถานภาพแก่ลูกค้า เป็นบ่งบอกถึงการยกย่อง ให้เกียรติลูกค้าเป็นพิเศษ ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นคนสำคัญ เช่น การเรียกลูกค้ว่า ลูกค้า VIP, ลูกค้า Platinum, ลูกค้า Premium มีการออกบัตรแสดงสถานะ เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร เช่น สิทธิในการจองก่อน หรือซื้อก่อน หรือการได้รับของขวัญชิ้นพิเศษที่สั่งทำขึ้นมาเป็น Limited Edition

          สิทธิพิเศษในรูปแบบนี้เหมือนกับเป็นการให้สถานภาพทางสังคมแก่ลูกค้าไปในตัว เช่น การได้รับการสำรองที่จอดรถ การได้สิทธิ์กระทบไหล่ Celeb คนดัง หรือการได้เดินบนพรมแดง ในงานสังคมสุดหรู ซึ่งถึงแม้จะเป็นสถานภาพที่ได้มาเพียงชั่วคราวแต่ก็สามารถสร้างความภาคภูมิใจ ให้กับลูกค้าได้ไม่น้อย

          อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่ยังมองว่า สิทธิพิเศษทั้งสองรูปแบบถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อคนสองกลุ่ม อย่างชัดเจน กลุ่มที่ได้รับสิทธิพิเศษแบบลด แลก แจก แถม จะเป็นกลุ่มคนในระดับกลางที่ชื่นชอบการลด แลก แจก แถม ซึ่งมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของพวกเขามากกว่าการคำนึงถึงหน้าตา หรือสถานภาพทาง สังคม ส่วนการให้สิทธิพิเศษแบบให้สถานภาพ ได้รับการยกย่องเป็นคนพิเศษนั้น ยังอยู่ในกลุ่มคนระดับสูง ที่มีกำลังซื้อสูง ซื้อสินค้าแบรนด์เนมระดับพรีเมียมเท่านั้น ทั้งที่กลุ่มลูกค้าในระดับกลางที่จงรักภักดี กับตราสินค้าใช้สินค้าแบรนด์เดิมอย่างต่อเนื่องมายาวนานก็สมควรได้รับการดูแลอย่างดีเป็นพิเศษในระดับ เดียวกับลูกค้าพรีเมียมเช่นกัน

          ในอนาคตการให้สิทธิพิเศษกับลูกค้าอาจจะขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น หรืออาจมีการออกสิทธิพิเศษ แบบใหม่ ๆ เพื่อเอาใจลูกค้าอีกก็ได้ ต้องรอติดตามดูว่า นักการตลาดในพ.ศ. 2552 จะงัดกลยุทธ์เด็ด ๆ แบบไหนมาใช้ในการแย่งชิงตลาดในยุคที่ผู้คนมีแนวโน้มจะใช้จ่ายน้อยลงอันเนื่องมาจากปัญหาวิกฤติ การเงินโลก
 
อ้างอิงจาก : www.thaimarketingjob.com
 
| หน้าหลัก | บริการของเรา | ภาษี และ กรณีศึกษา | เกี่ยวกับองค์กร | สอบถามปัญหา | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเรา | แผนผังเว็บไซต์ |
ปรึกษาภาษี-วางแผนภาษี-ยื่นแบบภาษี-จดทะเีบียน-วางระบบ-จัดทำบัญชี-ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจครบวงจร