กลับสู่หน้าหลัก สำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์บริการของสำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์ภาษี-และ-กรณีศึกษาเกี่ยวกับสำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์สอบถามปัญหา-ปรึกษาภาษีติดต่อสำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์
 
ยื่นภาษี ปรึกษาภาษี วางแผนภาษี ขอคืนภาษี ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
จัดทำบัญชี ปิดบัญชี ตรวจสอบบัญชี วางระบบบัญชี ดูและด้านบัญชีและเอกสาร จัดทำงบการเงิน
จดทะเบียนจัดตั้ง จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง จดทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี ขอใบอนุญาตต่างๆ
ประกันสังคม ขึ้นทะเบียนนายจ้าง ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง นำส่งเงินสมทบประกันสังคม ขอทำธุรกรรมประกันสังคมผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ปรึกษาการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วางแผนทางการเงินและการลงทุน
จัดทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์
 เรื่องน่ารู้นักธุรกิจ > การตลาด > 8 คำต่อไปนี้ ควรหนีให้ไกล อย่าใช้โฆษณา
เรื่องน่ารู้นักธุรกิจ
 

8 คำต่อไปนี้ ควรหนีให้ไกล อย่าใช้โฆษณา

          จากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำในปีที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าเพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ลูกค้าขาดความเชื่อมั่นและต้องการได้รับการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา รวมทั้งการโฆษณาที่จริงใจจากผู้ขาย มากกว่าคำโฆษณาที่ทำให้ลูกค้าหลงเชื่อและซื้อสินค้าโดยไม่ได้รับประโยชน์ที่คุ้มค่า ในปี 2552 นี้เศรษฐกิจ จะยิ่งฝืดเคือง ลูกค้าชะลอการใช้จ่ายมากกว่าเดิม ผู้เขียนคำโฆษณาจึงต้องพึงระวังการ ใช้ถ้อยคำที่ไม่น่า เชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจในสินค้าของคุณ หรือคำฟุ่มเฟือยที่ไม่ได้เพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้า ของคุณ ดังนี้

1. ฟรี
     โฆษณาที่มีข้อความกล่าวถึงของฟรี อาจดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ดีในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ แต่ลูกค้าต้องการสินค้าที่มีประสิทธิภาพดีเป็นสำคัญ ระบบคัดกรองอีเมลขยะส่วนใหญ่จะบล็อกอีเมล ที่มีข้อความว่า “ฟรี” อยู่ในหัวข้ออีเมล โดยอีเมลที่ส่งถึงผู้รับจำนวนมากในคราวเดียวกัน มักเป็นพวกสแปม ดังนั้นเมื่อคุณต้องส่งอีเมล จงหลีกเลี่ยงการถูกบล็อกอีเมล อย่าให้ถูกจัดว่าเป็นสแปม เพราะข้อความที่คุณส่งให้ลูกค้าจะถูกบล็อกโดยอัตโนมัติ หรือไม่ก็ทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจที่จะเปิดอ่าน ซึ่งคุณอาจหลีกเลี่ยงการเป็นสแปมโดยเลือกใช้คำอื่นแทนคำว่า “ฟรี”

2. การันตี / รับรอง / รับประกัน
     คนที่ยังเชื่อคำการันตีมีอยู่ไม่มากนัก ในปัจจุบันควรใช้ข้อความที่มีคุณค่ามากกว่าการันตี เพราะเป็นการชวนเชื่อโดยที่ไม่เห็นในสิ่งที่เป็นรูปธรรมชัดเจน โดยทำให้ลูกค้าเข้าใจถึงประโยชน์และคุณสมบัติของตัวสินค้าอย่างชัดเจนจะน่าเชื่อถือมากกว่า

3. จริง
     หากคุณต้องการเสียพื้นที่ในหน้าโฆษณาด้วยการใส่คำที่ไม่ได้มีความหมายต่อลูกค้า ก็ให้ใส่คำว่า “จริง” เข้าไป เช่น แจกจริง ถูกจริง เป็นต้นซึ่งลูกค้าไม่ได้ให้ความสนใจกับคำ ๆ นี้แม้แต่น้อย ดังนั้น อย่าเสี่ยงที่จะเสียลูกค้าไปด้วยการใส่คำที่ไม่มีประโยชน์ลงไป และจำไว้เสมอว่าทุก ๆ คำที่ใช้ในการโฆษณาจะต้องเป็นคำที่มีความหมายต่อลูกค้า

4. ที่ / ซึ่ง
     เมื่อคุณเขียนข้อความเสร็จเรียบร้อยให้ลองอ่านทบทวน คุณจะพบว่า คำเชื่อมที่ฟุ่มเฟือยเหล่านี้ 90 % สามารถตัดทิ้งได้โดยไม่กระทบต่อความหมายที่คุณต้องการสื่อสารกับลูกค้า แทนที่จะทำให้ลูกค้าต้องใช้เวลาในการอ่านนานขึ้นกับคำที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเลือกที่จะไม่ใช้คำเชื่อมเหล่านี้ยังทำให้ข้อความของคุณสั้นกระชับ เข้าถึงลูกค้าได้เร็วขึ้น

5. มากมาย
     หลีกเลี่ยงข้อความที่มีคำว่า “มากมาย” ที่ไม่ได้ทำให้ธุรกิจของคุณมีความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นเลย แทนที่จะใช้คำว่ามากมาย ให้ใช้ข้อความที่บอกปริมาณแทน ยกตัวอย่าง หากคุณมีดอกไม้มากกว่า 20 แบบในร้านของคุณ ก็ให้โฆษณาโดยระบุจำนวนไปตามนั้น ว่าคุณมีดอกไม้ให้เลือกกว่า 20 แบบ ซึ่งจะทำให้ลูกค้ารู้สึกสนใจมากกว่าที่จะบอกว่าคุณมีดอกไม้ให้เลือกมากมาย หรือหากคุณสามารถรับออเดอร์ได้อย่างรวดเร็วภายใน 5 นาทีลูกค้าก็สามารถสั่งดอกไม้ได้แล้ว คุณก็ควรโฆษณาเรื่องการให้บริการที่รวดเร็วให้เป็นจุดเด่น อย่าปล่อยให้ลูกค้าเดาเอาเองว่ามากมายนั้นจะเป็นจำนวนเท่าไร รวดเร็วนั้นเร็วแค่ไหน ดังนั้นทำข้อความของคุณให้ชัดเจนมากพอที่ลูกค้าจะไม่ต้อง เดาเอาเอง เพราะลูกค้าแต่ละคนก็อาจจะเดาแตกต่างกันไป

6. โอกาส
     การใช้คำว่า “โอกาส” ไม่ได้ช่วยอะไรลูกค้าเลย ลูกค้าไม่ได้ต้องการ “โอกาส” แต่ต้องการความมั่นใจว่า สินค้านั้นจะได้ผลคุ้มค่ากับเงินที่เขาหามาอย่างยากลำบาก ลูกค้าต้องการทราบว่า เขาจะได้รับผลอย่างที่เขาต้องการ ไม่ใช่เพียงแค่มีโอกาสที่จะได้รับผลนั้น อย่าปล่อยให้ลูกค้าสงสัยว่าเขาจะได้รับผลนั้นหรือ ไม่ด้วยคำว่า “โอกาส”

7. ศัพท์เทคนิค หรือ ภาษาเฉพาะกลุ่ม
     หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิค หรือภาษาเฉพาะกลุ่ม ที่ทำให้ผู้อ่านต้องอาศัยดิกชันนารีในการทำความเข้าใจ ลูกค้าไม่ได้ต้องการทราบคุณสมบัติของสินค้าในเชิงทฤษฎี แต่ต้องการทราบถึงผลที่เขาจะได้รับเมื่อเขาจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้านั้นว่าเขาจะได้ผลรับตามที่คาดหวังหรือไม่

8. ใช้คำซ้ำกับคู่แข่ง
     หากคู่แข่งของคุณใช้คำใดคำหนึ่งที่โดนใจลูกค้ามาก ๆ จงอย่าคิดเลียนแบบเขา เพราะคุณไม่มีวันที่จะแซงหน้าเขาได้ อีกทั้งยังทำให้สับสนในแบรนด์อีกด้วย ควรหาคำใหม่ที่ไม่เหมือนใคร เพื่อใช้เป็น เอกลักษณ์เฉพาะของสินค้าของคุณที่จะทำให้ลูกค้าเป้าหมายของคุณปรารถนาที่จะตอบสนองต่อข้อความนั้น

     เพื่อให้ข้อความของคุณถึงมือลูกค้า ไม่ถูกบล็อก ไม่ถูกมองว่าเป็นอีเมลขยะ และสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พยายามหลีกเลี่ยงคำต่าง ๆ ข้างต้น เพราะคำ ๆ หนึ่งที่ใช้ในการโฆษณาอาจทำ ให้คุณขายดีเป็นเทน้ำเทน่า หรืออาจขายไม่ออกจนต้องเททิ้งได้ในเวลาเดียวกัน
 
อ้างอิงจาก : www.thaimarketingjob.com
 
| หน้าหลัก | บริการของเรา | ภาษี และ กรณีศึกษา | เกี่ยวกับองค์กร | สอบถามปัญหา | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเรา | แผนผังเว็บไซต์ |
ปรึกษาภาษี-วางแผนภาษี-ยื่นแบบภาษี-จดทะเีบียน-วางระบบ-จัดทำบัญชี-ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจครบวงจร