เรื่องน่ารู้นักธุรกิจ >
ประกัน
> ประโยชน์ประกันชีวิต (ตอนที่ 2)
ประโยชน์ประกันชีวิต (ตอนที่ 2)
ประโยชน์ต่อธุรกิจ
การประกอบธุรกิจใดๆ ก็ตาม ผู้บริหาร ผู้ใช้แรงงาน ตลอดจนหุ้นส่วนของบริษัทเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการประกอบธุรกิจ ทั้งในด้านการวางแผน การผลิตสินค้า ตลอดจนความเชื่อถือในผู้ถือหุ้นของบริษัทซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อตัวสินค้าของบริษัท หาก ต้องสูญเสียพวกเขาเหล่านี้ไปแม้เพียงคนเดียวก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทได้ การประกันชีวิต จึงมีส่วนช่วยส่งเสริมธุรกิจอย่างมาก กล่าวคือ
ก. สร้างศรัทธาด้านการเงิน
การประกันชีวิตช่วยคุ้มครองธุรกิจไม่ให้ได้รับผลกระทบในด้านการเงินและศรัทธานิยม อันเนื่องมาจากความมรณะของผู้เป็นเจ้าของ ความเจริญของธุรกิจย่อมขึ้นอยู่กับจำนวนเงินทุนที่จะใช้ในการดำเนินงาน และความสามารถของผู้เป็นเจ้าของ ความมรณะของเจ้าของธุรกิจอาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักได้ เจ้าหนี้ที่ขาดความเชื่อมั่น ในความเป็นอยู่ของธุรกิจนั้นอาจไม่ยอมให้สินเชื่อหรือ ยืมเงินเพิ่มขึ้นหรือไม่ยอมขยายระยะเวลาในการให้กู้ยืมออกไป ค่าความนิยมของธุรกิจอาจเสื่อมลง การดำเนินธุรกิจอาจไม่ราบรื่น และอาจต้องเลิกล้มไปในที่สุด แต่ถ้าเจ้าของกิจการได้ทำประกันชีวิตไว้ เงินที่บริษัทประกันชีวิตจ่ายให้สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ทำให้ธุรกิจสามารถประกอบการ ต่อไปได้ตามปกติ
ข. คุ้มครองบุคคลที่เป็นหัวใจสำคัญของงาน
ความเจริญก้าวหน้าของธุรกิจอาจขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถหรือความชำนาญของบุคคลบางคนโดยเฉพาะ เช่น นักค้นคว้า นักวิจัยหรือนักบริหารธุรกิจขององค์การธุรกิจนั้น เป็นต้น หากองค์การธุรกิจนั้นๆ มีการทำประกันชีวิตบุคคลที่เป็นหัวใจสำคัญของงานไว้ ถ้าบุคคลเหล่านี้เสียชีวิตก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังทำให้มีทุนสำหรับจ้างหรือฝึกบุคคลใหม่ขึ้นมาแทนได้
ค. คุ้มครองบุคคลที่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้น
ตามปกติเมื่อหุ้นส่วนคนใดคนหนึ่งของห้างหุ้นส่วนถึง แก่มรณะ ห้างหุ้นส่วนนั้นย่อมจะเลิกไป เงินส่วนที่เป็นของผู้ที่ถึงแก่มรณะต้องคืนให้แก่ทายาทของผู้นั้น ถ้าหุ้นส่วนคนอื่นๆ ต้องการให้ห้างหุ้นส่วนดำเนินกิจการต่อไปก็ต้องหาเงินมาจ่ายแก่ทายาทของหุ้นส่วนผู้ถึงแก่มรณะ แต่ถ้าภาคี (ผู้มีส่วน) ที่เข้าร่วมใน หุ้นส่วนมีการประกันไว้ก็สามารถนำเงิน จากการเอาประกันชีวิตนั้นมาซื้อส่วนของหุ้นส่วนที่ถึงแก่มรณะ และยังมีทุนรอน ที่จะส่งเสริมให้ธุรกิจ นั้นๆเจริญก้าวหน้าขึ้นอีกด้วย และในกรณีที่บริษัทจำกัดมีผู้ถือหุ้นเพียงไม่กี่คน แต่ละคนถือหุ้นไว้เป็นจำนวนมาก การบริหารงานดำเนินไปได้ก็โดยอาศัยความร่วมมือในหมู่ผู้ถือหุ้นนี้ ฉะนั้น หากผู้ถือหุ้นคนใดถึงแก่มรณะทายาท อาจขายหุ้นให้แก่บุคคลภายนอกทำให้ผิดเจตนารมณ์ของบริษัท และทำให้การบริหารงานของบริษัทต้องหยุดชะงัก ดังนั้นผู้ถือหุ้นอาจตกลงกันจัดให้มีการประกันชีวิต เพื่อนำเงินนั้นมาซื้อหุ้นของผู้ถือหุ้นบริษัทที่ถึงแก่มรณะเพื่อจะได้โอนหุ้นให้ แก่ผู้ถือหุ้นที่ยังมีชีวิตอยู่ตามส่วนที่ตกลงไว้
ง. อำนวยความสะดวกในด้านการกู้ยืม
กรมธรรม์ประกันชีวิตสามารถใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้ยืมได้เมื่อผู้เอาประกัน ทำประกันได้ 2 หรือ 3 ปีไปแล้ว เป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักธุรกิจที่จะกู้ยืมเงินมาลงทุน
จ. อำนวยความสะดวกในด้านการขาย
ในการขายสินค้าแบบสินเชื่อหรือวิธีผ่อนชำระ ลูกค้าอาจเสียชีวิตก่อนที่จะได้ชำระหนี้เสร็จสิ้น ถ้าผู้ซื้อมีการประกันชีวิตไว้ไม่ต่ำกว่าวงเงินที่ให้สินเชื่อและโอนผลประโยชน์ในกรมธรรม์ให้แก่ผู้ขายก็จะ เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่การขาย (การประกันที่นำมาใช้สำหรับกรณีนี้เรียกว่า " การประกันชำระหนี้ ")
ฉ. เป็นสวัสดิการลูกจ้าง
การเสียชีวิตของลูกจ้างในบางกรณีก็มิได้สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่นายจ้าง แต่นายจ้างควรจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวของลูกจ้างตามสมควร นอกจากนั้น เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ลูกจ้าง อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน นายจ้างควรมีสวัสดิการอื่นๆ เท่าที่จะทำได้แม้จะอยู่นอกข้อบังคับกฎหมาย เช่น ค่ารักษาพยาบาลเมื่อลูกจ้างเจ็บป่วย บำเหน็จบำนาญในยามปลดเกษียณ เป็นต้น กรณีเหล่านี้การประกันชีวิตแบบกลุ่มชั่วระยะ เวลาหรือการประกันแบบสะสมทรัพย์สามารถสนองตอบวัตถุประสงค์ของนายจ้างได้
อ้างอิงจาก : http://actualinsurance.blogspot.com
|
หน้าหลัก
|
บริการของเรา
|
ภาษี และ กรณีศึกษา
|
เกี่ยวกับองค์กร
|
สอบถามปัญหา
|
ติดต่อเรา
|
ร่วมงานกับเรา
|
แผนผังเว็บไซต์
|