เรื่องน่ารู้นักธุรกิจ >
ประกัน
> ประโยชน์ประกันชีวิต (ตอนที่ 1)
ประโยชน์ประกันชีวิต (ตอนที่ 1)
ประโยชน์ของการประกันชีวิตสามารถแยกประโยชน์ของการประกันชีวิตได้เป็น 3 ระดับ คือ
1. ประโยชน์ต่อบุคคลและครอบครัว
2. ประโยชน์ต่อธุรกิจ
3. ประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ
สำหรับวันนี้เราจะคุยกันถึงประโยชน์ต่อบุคคลและครอบครัวก่อนครับ
ประโยชน์ต่อบุคคลและครอบครัว
ก. ประโยชน์ต่อบุคคลและครอบครัว
การประกันชีวิตมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านการเงินให้แก่บุคคลและครอบครัว สร้างนิสัยการออมทำให้ มีเงินกองทุนไว้ใช้ในยามจำเป็น ก่อให้เกิดความมั่นคงความอบอุ่นในครอบครัว ซึ่งจะแยกเป็นรายละเอียดได้ดังนี้ ประโยชน์ในด้านให้ความคุ้มครอง เมื่อหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต สมาชิกทั้งหมดย่อมประสบกับความเดือดร้อน ทางการเงิน แต่ถ้าหัวหน้าครอบครัวทำประกันชีวิตไว้ ครอบครัวที่อยู่ข้างหลังก็จะไม่เดือดร้อน เนื่องจากเงินก้อน หนึ่งที่ได้รับจากการประกันชีวิตจะช่วยแก้ปัญหาต่างๆในทางการเงินได้
1) ช่วยปลดเปลื้องภาระครั้งสุดท้ายของชีวิต เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าพิธีกรรม เป็นต้นต่างๆ หลังจากที่เสียชีวิตแล้ว
2) ช่วยให้ภรรยาที่เป็นหม้ายมีเงินเลี้ยงชีพไปจนตลอดชีวิตโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่น
3) ช่วยให้ผู้ที่อยู่ในความอุปการะมีเงินก้อนพอที่จะแก้ไขปัญหาของตนไปได้ระยะหนึ่ง และรักษาผลประโยชน์ให้กับผู้รับประ โยชน์เพื่อป้องกันการจับจ่ายใช้สอยไปในทางสุรุ่ยสุร่ายในกรณีที่ผู้รับประโยชน์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
4) สร้างทุนการศึกษาให้กับบุตร
5) ช่วยให้มีเงินก้อนสำหรับปลดเปลื้องภาระหนี้สิน
6) กรณีที่ผู้เอาประกันได้รับอุบัติเหตุ ถ้าหากมีการประกันอุบัติ-เหตุควบคู่กับการประกันชีวิตก็จะมีเงินสำหรับเป็นค่ารักษาพยาบาล หรือถ้าถึงกับทุพพลภาพถาวรจนไม่อาจประกอบอาชีพต่อไปได้ก็จะได้รับเบี้ยเลี้ยงชีพ ทำให้ไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น
7) ช่วยแบ่งเบาภาระการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยการนำเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายในปีภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ ทั้งนี้เฉพาะกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีกำหนดระยะเวลาตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป และออกโดยบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น
ข. ประโยชน์ในด้านการออม
1) เป็นการเก็บออมที่สม่ำเสมอเพราะมีเงื่อนไขและสัญญาต่อกันระหว่างผู้เอาประกันกับผู้รับประกัน เมื่อถึงกำหนดผู้รับประ กันจะมีใบเตือนการชำระเบี้ยแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หรือมีพนักงานคอยให้ความสะดวกโดยบริการเก็บเงินถึงบ้านเป็นต้น
2) มีเงินก้อนไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน โดยสามารถกู้ยืมมาใช้ได้เมื่อกรมธรรม์มีอายุ 2-3 ปีขึ้นไป
3) มีเงินก้อนสำหรับกองทุนต่างๆ เช่น กองทุนยามชรา กองทุนเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการสมรส กองทุนปรับ ปรุงฐานะครอบครัว กองทุนเพื่อดำเนินธุรกิจอิสระ กองทุนเพื่อพิทักษ์ธุรกิจ ฯลฯ
4) ปลูกฝังให้เกิดนิสัยประหยัด รู้จักเก็บออมเพื่อให้ครอบครัวมีฐานะเป็นปึกแผ่นมั่นคง
5) ปลูกฝังให้เกิดความรักความรู้สึกรับผิดชอบต่อครอบครัวและทำให้ครอบครัว มีโครงการทางการเงินที่สมบูรณ์
ค. ประโยชน์ในด้านการลงทุน
1) ไม่ต้องลงทุนก้อนใหญ่ซึ่งไม่เป็นการขัดกับค่าครองชีพประจำวัน
2) มีหลักประกันอย่างสมบูรณ์ว่าต้นทุนจะไม่สูญหายเพราะบริษัทประกันชีวิตเป็นผู้รับผิดชอบต่อการลงทุนและบริษัทได้ รับอนุญาตให้นำไปลงทุนได้เฉพาะกิจการที่มั่นคงเท่านั้น
3) ได้รับเงินปันผลตามสมควร หมายความว่า การประกันบางประเภท เช่น แบบสะสม-ทรัพย์ ถ้าผู้เอาประกันอายุไม่มาก เงินที่ได้รับเมื่อกรมธรรม์ครบกำหนดมักจะมากกว่าจำนวนเบี้ยประกันที่ส่งรวมกันทั้งหมด การประกันบางประเภท ได้กำหนดไว้ว่า ผู้เอาประกันจะได้รับเงินปันผลถ้าหากบริษัทมีกำไร
4) เป็นหลักทรัพย์ที่แน่นอนไม่ว่าจะเป็นกรณีอยู่ครบกำหนดหรือเสียชีวิตระหว่างสัญญาเพียงแต่ชำระเบี้ยประกันให้ตลอดเท่านั้น
อ้างอิงจาก : http://actualinsurance.blogspot.com
|
หน้าหลัก
|
บริการของเรา
|
ภาษี และ กรณีศึกษา
|
เกี่ยวกับองค์กร
|
สอบถามปัญหา
|
ติดต่อเรา
|
ร่วมงานกับเรา
|
แผนผังเว็บไซต์
|