กลับสู่หน้าหลัก สำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์บริการของสำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์ภาษี-และ-กรณีศึกษาเกี่ยวกับสำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์สอบถามปัญหา-ปรึกษาภาษีติดต่อสำนักงานภาษีอากร แอ๊กชวล แท็กซ์
 
ยื่นภาษี ปรึกษาภาษี วางแผนภาษี ขอคืนภาษี ขอมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
จัดทำบัญชี ปิดบัญชี ตรวจสอบบัญชี วางระบบบัญชี ดูและด้านบัญชีและเอกสาร จัดทำงบการเงิน
จดทะเบียนจัดตั้ง จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง จดทะเบียนพาณิชย์ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี ขอใบอนุญาตต่างๆ
ประกันสังคม ขึ้นทะเบียนนายจ้าง ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง นำส่งเงินสมทบประกันสังคม ขอทำธุรกรรมประกันสังคมผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ปรึกษาการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน วางแผนทางการเงินและการลงทุน
จัดทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์
 เรื่องน่ารู้นักธุรกิจ > การบริหารองค์กร > ศิลปะการเป็นผู้นำ คือ การพูดคำว่าไม่!
เรื่องน่ารู้นักธุรกิจ
 

ศิลปะการเป็นผู้นำ คือ การพูดคำว่าไม่!

เขียนโดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย
          โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีหลายสมัยของอังกฤษกล่าวไว้ว่า ‘ศิลปะการเป็นผู้นำไม่ได้อยู่ที่การพูดคำว่า ใช่ แต่อยู่ที่การพูดคำว่า ไม่’
          ‘ไม่’ เป็นถ้อยคำทรงพลังที่สุดทั้งในด้านสร้างสรรค์และทำลาย ซึ่งคนส่วนใหญ่ลำบากใจต้องพูดออกมา แต่หากรู้วิธีใช้อย่างถูกต้อง การปฏิเสธก็เป็นขุมพลังที่สามารถพลิกชีวิตให้ดีขึ้นได้ราวกับพลิกฝ่ามือ
          การปฏิเสธเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจตลอดมา แต่ไม่มียุคไหนสมัยไหนที่ทักษะในการปฏิเสธจะมีความสำคัญมากเท่ากับยุคปัจจุบัน การปฏิเสธจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายยิ่งนัก โดยเฉพาะบรรดาผู้นำทั้งหลาย!
          เมื่อหลายปีก่อน ผมเคยมีโอกาสเข้าฟังการบรรยายของนักเจรจาชาวอเมริกันผู้มีฝีปากระดับโลก วิลเลียม ยูรีย์ เจ้าของหนังสือขายดีหลายเล่ม อาทิเช่น Getting to Yes, Getting Past No แปลโดย น.พ. วันชัย วัฒนศัพท์ และเล่มล่าสุด คือ The Power of a Positive No! ในชื่อภาษาไทย พลังแห่งการปฏิเสธ แปลโดยคุณสีนวล ฤกษ์สิรินุกูล บอกได้คำเดียวว่า ประทับใจในความสามารถและประสบการณ์ของวิลเลียม ยูรีย์ที่ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือ และที่สำคัญ เคล็ดลับเหล่านั้นสามารถนำมาใช้ลดความขัดแย้ง และความรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในบ้านเราได้อย่างดี
          กุญแจสำคัญของการปฏิเสธเชิงบวก คือ การเคารพนับถือในตนเองและสิ่งที่สำคัญ ซึ่งต่างจากการตามใจตัวเอง ขณะเดียวกันก็แตกต่างจากการโต้แย้ง เพราะต้องแสดงความนับถือผู้อื่น เป็นการยืนอยู่บนฝ่าเท้าตัวเอง มิใช่ไปเหยียบลงบนเท้าผู้อื่น (คงเห็นภาพนะครับ)
          ตัวอย่างของผู้นำระดับโลกที่ใช้ความสามารถในการปฏิเสธเป็นเคล็ดลับสำคัญสู่ความสำเร็จ คือ วอร์เรน บัฟเฟตต์ อภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งผู้แทนที่บิล เกตส์ไปแล้ว ได้เปิดเผยว่า เขาจะนั่งอ่านและพิจารณาโครงการลงทุนต่างๆ ตลอดทั้งวัน และเพียงแต่พูดคำว่า ไม่ ไม่ ไม่ และ ไม่ จนกว่าจะค้นพบโครงการที่ตรงกับความต้องการจริงๆ จึงจะพูดคำว่า ใช่ สรุปว่าที่ชีวิตของวอร์เรน บัฟเฟตต์ประสบความสำเร็จมาได้ทุกวันนี้ ก็เพราะพูดคำว่า ‘ใช่’ เพียงไม่กี่ครั้งในชีวิต และบอกการปฏิเสธออกไปนับพันๆ ครั้ง
          โปรดจำไว้ว่า การปฏิเสธคือ การบอกผู้อื่นถึงสิ่งที่เขาไม่อยากรับฟัง ดังนั้น การให้เกียรติจะทำให้เขาเปิดรับและเข้าใจในสิ่งที่คุณต้องการสื่อสารมากขึ้น แทนที่จะละทิ้งมันไปโดยไม่สนใจรับฟัง ทั้งยังช่วยลดปฏิกิริยารุนแรง และเปิดโอกาสให้เกิดการตอบรับในทางบวกมากขึ้น ยิ่งตั้งใจที่จะปฏิเสธอย่างเด็ดขาดมากเท่าไร ยิ่งต้องให้เกียรติมากขึ้นเท่านั้น
          การให้เกียรติเป็นการยอมรับผู้อื่นในราคาต้นทุนต่ำสุด แต่ได้รับผลตอบแทนสูงสุด จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ปรัชญาขององค์กรชั้นนำระดับโลก จะให้ความสำคัญแก่การให้เกียรติพนักงาน คู่ค้า ชุมชน และลูกค้า
          การให้เกียรติเป็นกุญแจไขประตูความคิดและจิตใจของผู้อื่น สังเกตดูง่าย คนที่มีบุคลิกนอบน้อมถ่อมตน ให้เกียรติทุกคน ก็จะเป็นที่ยอมรับแก่ทุกคนเช่นกัน และยังสามารถเข้าไปนั่งในใจของทุกคนได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น การให้เกียรติจึงไม่เป็นเพียงสิ่งที่ควรทำ แต่ยังเป็นสิ่งที่ทำแล้วได้ผลสูงสุดโดยเฉพาะในยามที่ต้องปฏิเสธ คุณคงให้เกียรติตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอๆ นะครับ!
 
อ้างอิงจาก : นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
| หน้าหลัก | บริการของเรา | ภาษี และ กรณีศึกษา | เกี่ยวกับองค์กร | สอบถามปัญหา | ติดต่อเรา | ร่วมงานกับเรา | แผนผังเว็บไซต์ |
ปรึกษาภาษี-วางแผนภาษี-ยื่นแบบภาษี-จดทะเีบียน-วางระบบ-จัดทำบัญชี-ให้คำปรึกษาด้านธุรกิจครบวงจร